5 วิธีดูรถบรรทุก รถรับจ้าง แบบมือโปร

5 วิธีดูรถบรรทุก รถรับจ้าง แบบมือโปร ถึงแม้ช่วงนี้เศรษฐกิจจะไม่ค่อยพุ่งแรง แต่มองอีกมุมอาจเป็นผลดีต่อวงการรถบรรทุกมือสอง เพราะปัจจุบัน มีบริษัทขนส่งเกิดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายเล็กๆ หรือเพิ่งเริ่มธุรกิจใหม่ๆ ก็ดูจะสนใจบรรทุกมือสองเป็นพิเศษ เพราะไม่ต้องลงทุนมาก ความเสี่ยงก็น้อย

แต่ถ้าพูดถึงการจะเลือกซื้อรถบรรทุกมือสองสักคัน สำหรับมือใหม่ในวงการนี้แล้ว ฟังดูจะกลายเป็นเรื่องชวนปวดหัว เรื่องใหญ่ไซส์จัมโบ้ขึ้นมาทันทีเลยใช่ไหมครับ แต่เรามีวิธีง่ายๆ ที่ไม่ต้องรอให้ปลัดมาบอก เจ๊หนิง เต็นท์อมตะบรรทุก มาบอกเอง ไม่โดนหลอกแน่ๆ กับ 5 วิธีดูรถบรรทุก รถรับจ้าง เบื้องต้น แบบมือโปร ไปดูเล้ย!

1. เช็คเครื่องยนต์ ว่าพร้อมใช้งานหรือไม่?
เริ่มต้นจากการตรวจสอบเลขเครื่องว่าตรงกับในเล่มทะเบียน และในหน้าบันทึกเจ้าหน้าที่มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์มาหรือเปล่า จากนั้นลองสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วฟังว่ารอบเครื่องยนต์นั้นเดินปกติหรือไม่มีเสียงอะไรที่ผิดปกติหรือเปล่า สังเกตดูที่สีของควันที่ออกมาจากท่อไอเสียหากปล่อยควันขาวๆ ออกมามาก แสดงว่าเครื่องยนต์หลวม และถ้าเป็นควันดำ แสดงว่าเกิดจากการเผาไหม้ไม่หมดนั่นเอง

2. เช็คตัวถัง ว่ายังมีสภาพดีอยู่หรือไม่?
เริ่มจากการตรวจสอบเลขตัวถังว่าตรงกับในเล่มทะเบียนหรือไม่ จากนั้นลองดูลักษณะของตัวถังหรือ Chassis ว่ามีรอยต่อหรือดัดแปลงมาหรือเปล่า ถ้ามีรถอาจเคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อน ที่สำคัญตัวถังต้องไม่เป็นสนิมหากรถคันนี้เป็นรถที่มีอุปกรณ์เป็นตู้แช่เย็นจะต้องเช็คเป็นพิเศษ เพราะสนิมจะส่งผลทำให้มีปัญหาต่อโครงสร้างรถในระยะยาวได้ สุดท้ายต้องดูว่ามีคราบน้ำมันที่มาเกาะตามจุดต่างๆ ของตัวรถหรือไม่ วิธีนี้จะทำให้เห็นการรั่วซึมของน้ำมันต่างๆ ในรถได้

3. เช็คระบบเกียร์ ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญมากสำหรับรถบรรทุก
ฟันเฟืองเกียร์เปรียบเสมือนหัวใจในการขับเคลื่อน อันดับแรกลองเช็คให้ชัวร์เสียก่อนว่ารถบรรทุกที่ท่านกำลังจะซื้อนั้นเป็นเกียร์ประเภทไหนถึงจะเลือกใช้ได้ถูกต้อง เหมาะกับสภาพการใช้งานของเรา จากนั้นลองเข้าเกียร์ว่าทุกเกียร์เข้าง่าย ลื่น หรือไม่ลองเหยียบคลัทช์แล้วไม่รู้สึกว่าลึกจนเกินไป หากลึกมากอาจเป็นอาการของคลัทช์ที่ใกล้จะหมดแล้ว สุดท้ายถ้าจะให้ดีลองขับให้ครบทุกเกียร์ว่ามีอาการแปลกๆ เช่นมีอาการกระตุกหรือเหยียบไม่ออกหรือเปล่า

4. เช็คความพร้อมของอุปกรณ์เสริม เลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน
อุปกรณ์ที่ติดมากับตัวรถก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ เพราะต้องดูความพร้อมว่าอุปกรณ์นั้นสามารถใช้งานได้ปกติหรือไม่ มีส่วนไหนชำรุดหรือเป็นสนิมหรือไม่ เพื่อให้พร้อมสำหรับการใช้งาน